ศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

มนุษย์เราได้เพียรพยายามอยู่ตลอดมาในอันที่จะปลดปล่อยตนเองให้หลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดด้วยวัตถุทางกาย จิตใจของมนุษย์ย่อมปรารถนาสิ่งอันสูงส่งและบรรเจิดอย่างแท้จริงและเพื่อความมุ่งหมายเป็นอุดมการณ์ดังนี้ บรรดาท่านนักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน จึงได้พากันอุทิศชีวิตตลอดอายุขัยของตนเพื่อสิ่งนั้น ปรัชญาวิทยาศาสตร์และศิลปะต่างก็เป็นสิ่งช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกัน ร่วมก่อสร้างสิ่งที่เราหมายรู้กันว่าอารยธรรมขึ้นวิทยาศาสตร์เป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากทางกายภาคของมนุษยชาติในด้านวัตถุให้เพลาลง ตรงกันข้ามศิลปะซึ่งเป็นเช่นเดียวกับศาสนาบรรดาลให้มนุษย์มีมโนคติอันสูงส่งประสิทธิ์ประสาทสิ่งสะเทือนใจให้ช่วยขัดเกลาวิญญาณและจิตใจมนุษย์ให้ประณีตขึ้น
เมื่อ
กล่าวถึงศิลปะ เราหมายถึง ดนตรี วรรณคดี สถาปัตยกรรม จิตรกรรมและ ประติมากรรม อันมีประจักษ์การอยู่หลายสถาน และโดยเหตุที่ ศิลปะบริสุทธิ์นั้นมิได้ขึ้นอยู่กับการแสวงผลใด ๆ อันเป็นไปในทางแข่งขันชิงดีกัน ฉะนั้นศิลปะบริสุทธิ์จึงเป็นสมบัติของโลกโดยแท้จริงศิลปะบริสุทธิ์มีความหมายที่จะให้มนุษยชาติรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จริงที่เดียวเมื่อเราได้ชมงานศิลปะชั้นเยี่ยมของอิตาเลียนยุคฟื้นฟู ( RENAISSANCE ) เราย่อมจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจชาวอิตาเลียน เมื่อเราฟังดนตรีของเยอรมัน เราก็รู้สึกรักชาวเยอรมันเช่นเดียวกัน เมื่อเราได้เห็นภาพเขียนอันน่าอัศจรรย์ของชาวอินเดียที่ถ้ำอะชันตะ หรือ ดู ศิลปะของจีน หรือ ของญี่ปุ่นก็ตามหรือได้อ่านวรรณกรรมของชนชาติเหล่านั้น ความรู้สึกเป็นญาติพี่น้องร่วมวงศ์ตระกูลเดียวกันย่อมบังเกิดขึ้นแก่เรา นี้เป็นความจริงอันถูกต้องเพราะการแสดงออกทางศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและจิตใจของมนุษย์ก็หามีขอบเขตกีดกั้นไว้ด้วยการเมืองและเชื้อชาติไม่ ศิลปะย่อมแยกอยู่ต่างหากจากความชั่วร้ายในดวงจิตของคนเรา ที่เกี่ยวข้องอยู่กับวัตถุจนแม้ระหว่างสงคราม เมื่อสัญชาติญาณอันต่ำทรามที่สุดของมนุษย์มีอำนาจบงการสัมปชัญญะทั้งมวลของมนุษย์ได้ ศิลปะก็ยังคงอยู่ได้โดยมิได้ถูกสิ่งร้ายกาจเหล่านี้เข้ามาพ่องพานเลยด้วยเหตุนี้ใคร ๆ ที่คิดว่าศิลปะเป็นผลิตผลของคนไร้สติบางจำพวกเขาผ้นั้นเป็นคนไร้ความคิด หรือไม่ เขาก็ยังไม่พ้นจากสัญชาติญาณอันป่าเถื่อน โดการที่เขาวินิจฉัยเอาว่า คนเราเป็นคนอยู่ได้ก็เพียงแต่ทางรูปกายและความหฤหรรษ์ทางกายเท่านั้นศิลปะย่อมมีผลบังคับจิตใจมากมาย

ศิลปะอาจทำให้มนุษย์เปลี่ยนกริยาอาการได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเช่นเราเอาเด็กขะมุกขะมอม มาแต่งตัวเสียใหม่ให้สวยงามสักครู่เราจะเห็นว่าเด็กคนนั้น มีกริยามารยาทดีขึ้นกว่าที่แกเคยคลุกฝุ่น ลองคิดดูถ้าภายในห้องที่สวยงามปูพรมไว้อย่างดีสะอาดเรียบร้อย คงไม่มีใครกล้าโยนเปลือกกล้วยทิ้งลงไปเป็นแน่ เพราะมีอำนาจประหลาดสิ่งหนึ่งอยู่ในตัวคนเราคอยบังคับมิให้กระทำเช่นนั้น หากขืนทำลงไปเราจะรู้สึกว่าเราทำรายกฏที่ซึ้งมิได้บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรกล่าวคือ กฏทางสุนทรียะแห่งความมีระเบียบและความงาม เมื่อเราเดินไปตามถนนอันสะอาดสะอ้านสองฟากข้างทางมีตึกรามงดงาม เราก็เดินผึ่งผายและได้รับความเพลิดเพลินจากกฏของความมีระเบียบและความงามนั้นเองด้วยประการนี้ ศิลปะจึงเป็นผู้เบิกทางแห่งอารยะธรรม ศิลปะย่อมแสดงให้เห็นถึงระดับทางวัฒนธรรมของประชาชน คำว่า วัฒนธรรมมิได้เป็นไวพจน์ของคำว่าความก้าวหน้า
ความจริงนั้น คนป่าก็อาจขับเครื่องบินได้ หัดขับรถยนต์ได้ เข้าอาจเป็นบุคคลที่เป็นประโยชน์ยิ่งด้านเครื่องจักรยนต์กลไกได้ดี แต่วัฒนธรรมของเข้าก็ยังคงป่าเถื่อนนั่นเอง วัฒนธรรมอันสูงส่งขึ้นอยู่กับเหตุหลายประการและที่สำคัญก็คือ ศาสนา และ ศิลปะ ศาสนาเป็นรากฐานของการศึกษาที่มีอำนาจสร้างปัญญา ความคิด และจารีตประเพณีเหล่านั้นเพราะความรู้สึกนึกคิดภายในเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ดังนั้นการสำแดงออกทางศิลปะของศิลปินจึงหันเหไปตามสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะพอเข้าใจข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ดีขึ้น เราควรเปรียบเทียบปฏิกริยาทางสมอง และ ทางปรัชญาของศิลปิน ที่ได้ใช้เวลาตลอดชีวิตของเขาอยู่ทามกลางสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ กับศิลปินอีกพวกหนึ่งที่ใช้เวลาในชีวิตจำเจอยู่ในกรุงอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ในปัจจุบันนี้

         

จะเห็นได้ว่างานศิลปะของศิลปิน สองจำพวกนั้นแตกต่างกันมากเลยที่เดียวด้วยเหตุนี้เอง ศิลปะ จึงเป็นสิ่งที่ถูกดลบันดาลจากความเป็นไปของชีวิตประจำวัน และ เป็นการจารึกไว้ซึ่งสิ่งสะเทือนใจที่ศิลปินได้รับไว้ ผู้ใดที่เข้าใจความจริงข้อนี้ผู้นั้นย่อมตระหนักว่า การช่วยเหลือศิลปินของเราให้ทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อนำศิลปะของไทยปัจจุบันให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไปโดยไม่หยุดยั้งนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วนการที่ศิลปินปัจจุบันแสดงงานของเขาออกมา ด้วยวิธีการอย่างใดนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์เฉพาะตัวและการตัดสินใจของศิลปินเอง แต่ตราบใดที่บุคคลเรายังมีความรักและความคิดที่ดี ศิลปะก็ยังคงอยู่เป็นกำลังของชีวิตสืบต่อไปเสมอ ตราบกาลนาน.

Tags:

2 Responses to "ศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่"

  • krit says:
  • Su_Su(*.*) says: