อุดมคติและแนวความคิดในการสร้างประติมากรรมภาพเหมือน

 

นับตั้งแต่มนุษย์พวกแรกเกิดขึ้นบนโลก เริ่มต้นจากสภาพชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างเยี่ยงสัตว์ มีความรู้เพียงเล็กน้อยแค่นำมาจากความจัดเจน หรือจากความทรงจำ นับเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นตามสัญชาติญาณแห่งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตเท่านั้นครั้นต่อมาเมื่อรู้จักนำความรู้ที่เกิดจากปัญญาผสมผสานเข้ากับความรู้ที่ได้รับจากความชัดเจน ทำให้รู้จักค้นคิดทำเครื่องมือ เครื่องใช้นอกเหนือไปจากอวัยวะที่มีอยู่ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติจึงเริ่มขึ้น จากสภาพคล้ายสัตว์ซึ่งดำรงชีพอยู่ภายใต้เงื่อนไขธรรมชาติกำหนดให้ เริ่มรู้จักดัดแปลง ปรับปรุงแก้ไข และเสริมสร้างก่อให้เกิดวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ศิลปกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของวิวัฒนาการอย่างหนึ่ง และยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับแสดงออก ซึ่งมนุษย์แต่ละยุคแต่ละสมัย ได้สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ในชีวิตความเป็นอยู่ การดิ้นรนต่อสู้ในสังคม ความรู้สึกนึกคิดต่อความงาม ความเชื่อในลัทธิปรัชญาหรือศาสนาเพื่อความรื่นเริงใจหรือเพื่อคลายทุกข์ยากของชีวิต สิ่งเหล่านี้จะประจักอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และดนตรี
ดังนี้การศึกษาประศาสตร์ศิลป์จึงเกิดขึ้น เพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นดังกล่าวในอดีต สำหรับเป็นความรู้ และเป็นอุทาหรณ์ต่อปัจจุบันและอนาคต ในการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะ นิยมแบ่งออกเป็น 3 ยุค เพื่อสะดวกต่อการศึกษา คือ ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ ศิลปะยุคประวัติศาสตร์ ศิลปะร่วมสมัย ทั้งนี้โดยกำหนดเอาผลงานศิลปกรรมของมนุษย์ซึ่งทำขึ้นก่อนจะมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ ครั้นเริ่มมีหลักฐานเด่นชัด จึงจัดเป็นศิลปะยุคประวัติศาสตร์ และศิลปะในยุคปัจจุบันเป็นศิลปะร่วมสมัย
ก็พอได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาในอันที่พูดถึงความเชื่อมต่อและเกี่ยวข้อง ระหว่างประวัติศาสตร์กับศิลปะถ้าจะเอ่ยในกรณีความคิดเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ประวัติศาสตร์และศิลปะก็เป็นเรื่องผูกพันธ์กันในการเกิดเรื่องราวเหตุการณ์ที่ผ่านมาแต่โบราณโดยนำเอาประเด็นของจุดประสงค์และความคิดของผู้กระทำให้เกิดสิ่งนั้น เหตุการณ์นั้น ซึ่งเหมือนเป็นการนึกถึงในการกระทำต่าง ๆ โดยมีการอ้างอิงจากสัญญาลักษณ์และวัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่ได้ผ่านการเวลามาเป็นข้อพิสูจน์และยืนยัน แล้วมีการปรับปรุงเพื่อมิให้เกิดผลที่ไม่ต้องการสำหรับความเป็นไปที่ก้าวไปสู่อนาคต
ก็มาถึงความคิดในจุดประสงค์ของการสร้างรูปเหมือน จากอุดมคติของมนุษยชาติการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ นอกจากจะมีทางปฎิบัติกันในทางการขีดเขียนและการสร้างสัญญาลักษณ์เพื่อแทนค่าความทรงจำแล้วนั้น ก็เป็นสิ่งแสดงถึงความหลากหลายรูปแบบ ในอันที่จะหยิบยกมาตามแต่จะถนัดและจุดประสงค์ในความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาษาหรือรูปแบบสัญญาลักษณ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความสามารถและแรงจูงใจในอันที่จะกระทำหรือสร้างสิ่งนั้นขึ้น ความเชื่อและความคิดเห็นรวมทั้งความศรัทธา ก็เป็นกำลังภายใน ในการผลักดันในเกิดการกระทำนั้น ๆ การเขียนภาพวิว หรือการเขียนภาพบรรยากาศของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ หรือกระทั้งการเขียนภาพคนเหมือนและแม้การถ่ายภาพ ก็คือการบันทึกชนิดหนึ่งเท่านั้นหากแต่ผู้ใดจะเลือกที่จะสะดวกและรู้สึกสะเทือนใจมากกว่าในการที่จะสัมผัสรูปแบบอันจะทำให้ได้ระลึกถึงและสัมผัสถึงคุณค่าของบันทึกนั้น ๆ ได้ รวมทั้งเกิดความรู้สึก ความคิดเห็นและความสะเทือนใจต่าง ๆ ต่อผู้พบเห็น
ในแนวทางของประติมากรรมภาพเหมือนบุคคลหรือรูปปั้นบุคคลนั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ของการที่จะบันทึกเรื่องราวต่างๆหากแต่ได้มีการสร้างคุณลักษณะ เอกลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเอาไว้ด้วย เพื่อแสดงอารมณ์และความมีชีวิตจิตใจเอาไว้หากแต่ความแตกต่างจากชนิดและรูปแบบการบันทึกอื่น ๆ ก็คงเป็นด้วยเรื่องของมิติในการแสดงออก ประติมากรรมรูปเหมือนบุคคลนั้น มักนำเสนอออกในลักษณะของสามมิติ คือมีความกว้าง ความสูง ความลึกประกอบกันอย่างลงตัวเพื่อแสดงออกให้เกิดความเข้าใจถึงจุดประสงค์ต่างๆ ในงานจิตรกรรมก็ใช้สีของบรรยากาศแสดงอารมณ์ และเทคนิคฝีแปรงต่าง ๆ ก็เช่นกันซึ่งเป็นลักษณะการแสดงออกในการนำเสนอให้ได้รับทราบถึงความคิดและความรู้สึกของจิตรกรผู้สร้างงาน
ในส่วนของรูปปั้นนั้น การแสดงอารมณ์มักหยิบยกเอาบุคลิกลักษณะท่าทาง รวมทั้งอุปนิสัยแฝงที่ประติมากรได้ดึงออกมาจากความคิดนึก ประสบการณ์รวมทั้งความรอบรู้ต่าง ๆ ที่สั่งสมมา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มาจากอุปนิสัยช่างคิดช่างสังเกตุและการประยุกติ์ทางการกระทำต่าง ๆ จากบุคคลที่เป็นแบบ ให้ได้พร้อม ซึ่งความเหมือน และความความรู้สึกถึงอุปนิสัยของบุคคลนั้น ๆ
การที่จะกล่าวให้เข้าใจถึงความรู้สึกของอุปนิสัยแฝงของบุคคลนั้น ๆ เป็นการกล่าวโดยตรงที่ยาก จำเป็นต้องขอกล่าวแบบอุปมาเปรียบเทียบให้เข้าใจถึงการปั้นรูปคนเหมือน
ในการปั้นจริงคือลงมือปั้น ปฏิบัติการ การขึ้นดินการสร้างโครงนั้นไม่ยาก แต่การที่จะปั้นโดยดึงเอาความรู้สึกของบุคคลที่เป็นแบบปั้นออกมา ต้องมีการกล่าวอุปมาดังว่าผู้ปั้นได้มองเห็นบุคลิกของแบบว่าเป็นอย่างไรหากเป็นดังตัวร้ายในละคร ผู้ปั้นก็จะต้องจำลองความคิดให้ตัวเองเป็นตัวร้ายเพื่อเข้าใจในความคิดความรู้สึกของความร้ายแล้วถ่ายทอดออกมา เป็นรูปแบบแห่งความคิด แปลเป็นภาพแฝงในใจแล้วส่งผ่านออกมาให้มือสร้างสรรค์เป็นรูปปั้นดินเหนียว
การปั้นรูปให้เหมือนไม่ยากนัก เพราะแม้แต่เครื่องจักรกลก็ทำได้ เช่นกล้องถ่ายรูป ถ่ายรูปออกมาเป็นคนนั้นคนนี้ได้ แต่ทำให้รู้สึกมีชีวิตจิตใจ มีสิ่งที่สะท้อนถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวรวมทั้งวิญญาณความรู้สึกของบุคคลผู้นั้น เป็นของยากมาก เป็นสิ่งที่จะต้องศึกษา ต้องมีความรู้ความชำนาญประกอบอีกมาก
การเข้าถึงวิญญาณของงาน เป็นสิ่งที่ศิลปินต้องรอบรู้ และค้นคว้าด้วยสติปัญญาของตนอุปมาดั่งศิลปินที่แสดงเป็นตัวร้ายในเรื่อง หากไม่ทุ่มเทวิญญาณของตนในขณะแสดง ให้เข้าถึงความรู้สึกเป็นตัวร้ายอย่างจริงจังในบทบาท และ ไม่ปรากฏในเรือนร่างของตัวละครที่จะสะท้อนออกแด่ผู้ชมให้เข้าใจฉันใด ก็เปรียบกับงานที่ไม่ถึงขั้นชั้นดีของศิลปินนั้น ๆ เช่นกัน
ทั้งนี้ ประติมากรรมภาพเหมือนบุคคลแต่ละชิ้นนั้น ก็มักที่จะมีความสำคัญในอันที่เป็นดั่งสัญญาลักษณ์ สำหรับเตือนใจให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเหตุการณ์ในอดีต สัมผัสแห่งความทรงจำในเรื่องของบุคลิกของบุคคลผู้นั้น อีกทั้งเป็นเหมือนสิ่งแทนค่าของความคงอยู่ของบุคคลนั้นตลอดไป ในต่างประเทศที่จำเริญแล้วจะเห็นความงามของศิลปะประเภทนี้อยู่ทั่ว ๆ ไป ในรูปแบบของอนุสาวรีย์ ( MONUMENT ) และประติมากรรมในแนวลัทธิต่าง ๆ ตามสถานที่ราชการและบ้านบุคคลทั่ว ๆ ไป ซึ่งประติมากรรมรูปเหมือนบุคคลก็มีไม่น้อยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มบุคคลชั้นสูงและผู้มีรสนิยม ว่ากันว่าในประเทศที่เจริญแล้วมักมองเห็นคุณค่าแห่งจิตใจและแสวงหาอรรถรสทางสุนทรีย์เป็นของดื่มดำที่สูงค่ามากเปรียบเทียบว่าเป็นของคู่กับชีวิตเลยทีเดียวก็ว่าได้
รูปปั้นเหมือนไม่ว่าจะเป็นรูปบุคคลหรือการจำลองรูปสัตว์ต่าง ๆ คุณค่าก็จะเริ่มมาตั้งแต่ความคิดจากผู้ทำการปั้นหรือประติมากรนั่นเอง ที่จะดึงเอาความรู้สึกที่ปรารถนามาถ่ายทอดให้ได้สะเทือนใจกันต่อผู้พบเห็น ในที่นี้จะขอกล่าวถึงความคิดเห็นส่วนตัวฐานะที่มีอาชีพประติมากรทางด้านนี้โดยตรงและจากประสบการณ์ที่ได้ผ่านมา ในการว่าจ้างให้ทำงานปั้นรูปเหมือนบุคคลนั้นส่วนใหญ่ผมจะได้รับว่าจ้างให้ดำเนินการปั้นบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ อาจมีผลมาจากคติความเชื่อที่ว่าควรปั้นบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น ในความเป็นจริงคุณสมบัติแห่งความงามของประติมากรรมรูปเหมือนบุคคลมีมากและน่าชื่นชนกว่าที่จะต้องรอในเกิดการสูญเสีย การดำเนินการปั้นรูปเหมือนบุคคลขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มิได้เป็นการส่งผลให้บุคคลนั้น ๆ จะมีอายุสั้นลงหากแต่เพียงเป็นความคิดจากความเชื่อที่ไม่มีเหตุผล คล้ายกับการคิดกันไปเองตามความกลัวซึ่งมีอยู่เป็นปรกติของผู้ดำเนินชีวิตที่มิได้มีการตรองถึงกำลังแห่งความดี พลังชีวิตที่แท้จริงอันมีอยู่ในตัวบุคคลทุก ๆ คน มีตัวอย่างที่เกี่ยวพันกันในเรื่องนี้ที่จะกล่าวให้ฟังถึง ความสมควรในการเลือกที่จะรับเอางานที่เหมาะสมมาชื่นชมนั้น ก็ต้องมีการพิจารณาอยู่บ้าง ซึ่งเคยมีปรากฏว่า บุคคลหนึ่งมีงานศิลปะเป็นรูปเชือกแขวนคอ ติดตั้งไว้ตรงเชิงหัวบันได ทำให้ได้พบเห็นยามที่จะออกไปทำงาน และเมื่อกลับจากการทำงานมาก็พบเห็น อยู่มาได้ระยะหนึ่งเกิดเหตุให้ไม่สบายใจ มีสภาวะจิตใจตกต่ำ บังเอิญเหลือบไปเห็นภาพงานที่เป็นเชือกแขวนคอ อาจเป็นเพราะการสั่งสมของการมองเห็นอยู่ทุกวันคล้ายปลูกฝังถึงเหตุแห่งใจและบังเอิญภาพนั้นเสมอเหมือนทางออกของปัญหา ว่าแล้วบุคคลผู้นั้นก็หยิบเชือกมาทำการอัตวิบากกรรมตนเองเหมือนดังในภาพ ๆ นั้นที่ได้เห็นอยู่ทุกวัน แต่ถ้าในทางกลับกันได้มีผลงานที่ดีที่ได้สัมผัสก็พอจะทำให้ได้สติยืนหยัดอยู่ได้ อย่างผมมีเพื่อนคนหนึ่งในขณะที่เหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำความรู้สึกย่ำแย่ระแวงว่าจะถูกออกจากงานมาปรับทุกข์ให้ฟังอยู่บ่อย ผมจึงได้มอบพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ซึ่งได้มีแนวความคิดในการปั้นถึงบุคลิกอันสง่างามความเข้มแข็ง ประกอบกับการติดตั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อคราใดที่ได้พบเห็นเป็นเสมือนการสั่งสมให้อยู่ในจิตใต้สำนึก พลอยทำให้ได้มีกำลังใจ จากรูปทรงอันสง่างาม เบื่องพระพักษ์ที่เมตตา ก็เป็นสิ่งส่งเสริมกำลังใจได้
รูปปั้นเหมือนบุคคล หากได้กระทำการสร้างหรือปั้นออกมาด้วยความตั้งใจดีแล้ว อาจมีความพร่องด้านความเหมือนหรือ ขาดความปราณีตไปบ้าง แต่คงความสดแห่งอารมณ์ ความปรารถนาในอันที่เป็นเจตนาดี และ บ่งชี้ให้เห็นถึงความงาม มีอารมณ์สะท้อนออกให้ได้เข้าใจถึงความเป็นวิญญาณ ความรู้สึกที่เป็นบุคคลนั้น ๆ ก็จะถือได้ว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่าทางวิจิตรศิลป์ได้
ในความสำคัญของรูปปั้นเหมือนบุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องปั้นให้แต่เฉพาะคนตายเท่านั้น เพียงเปิดใจพิเคราะห์ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของบุคคลนั้น ๆ ที่อยากจะปั้นแม้นหากยังมีชีวิตอยู่ก็ตามขอเพียงให้รูปปั้นนั้นมาจากเจตนาที่จะนำเสนอคุณค่าที่ต้องการให้เกิดรูปทรงที่มีคุณค่าแห่งความงาม จากจิตใจที่พบเห็น จากความเชื่อและศรัทธาในความงามที่จะเกิดขึ้นได้แม้นภายใต้จิตสำนึก ผมก็เชื่อว่าจะเป็นการเสริมสร้างสุขภาพจิตดีได้ อันเป็นผลของความยั่งยืนและมั่นคงสืบต่อ ๆ ไป ในทุก ๆ เรื่อง

3 Responses to "อุดมคติและแนวความคิดในการสร้างประติมากรรมภาพเหมือน"