น้ำมา….ปลาก็โผล่

 

 

นับแต่อดีต โบราณมา มีเรื่องบันทึก และ เล่าขานมากมายเกี่ยวกับปลา และมันก็มีหลายชนิด หลายสายพันธุ์    แต่ทั้งหมดก็มักจะอาศัยอยู่ในน้ำ ซึ่งเสมือนโลกของมัน ที่เป็นสถานที่เคลื่อนกาย  เหมือนเหาะเหินได้ตามชอบ  มันมีเครื่องมือ หรือ ที่เราเรียกกันว่า อวัยวะ  สำหรับใช้ในการเคลื่อนไหว ก็คือหาง  และมี ครีบต่าง ๆ ใช้สำหรับทรงตัวให้ดูดีด้วย   มันมีวิวัฒนาการของการเคลื่อนไหวมายาวนาน  และก็ส่งผลให้แสดงเห็นถึงความสง่างาม  ไม่ว่าจะเป็น สันกระโดงครีบ  หัวที่เพรียว หางที่พลิ้วไหว  หากมองด้วยความเป็นศิลปะแล้ว  ลักษณะของมันจะมีทิศทางของเส้นสายที่งดงามอยู่เอาการ    คติความเชื่อ และ ปรัชญาเกี่ยวกับปลา ก็หาน้อยไปกว่าความงามของมัน ………..บ้างก็ถือว่า ปลานั้นเป็นสัญญาลักษณ์ของความสุข และ ประโยชน์สุข  เป็นสัตว์ที่ลืมตาอยู่ตลอดเวลาเสมอ  ดังนั้นจึงถือเอาว่า  ดวงตาที่เปิดกว้างอยู่ตลอดเวลานั้น  เพื่อระมัดระวังภัย  มิให้ความชั่วร้ายเข้ามากล้ำกลายในชีวิต  ซึ่งตาแรกหมายถึง  สติให้ความหมายในทางการระลึกได้ ยับยั้งชั่งใจได้  ตาที่สอง หมายถึง สัมปชัญญะ  คือความรู้เท่าทันเหตุอันเป็นไป
ชาวญี่ปุ่น  ก็ให้ความหมายของปลาเป็นตัวแทนสัญญาลักษณ์ของความสมบูรณ์ และแข็งแรง  หากพื้นน้ำแห่งใดมีปลา  ที่นั้นก็จะมีความสมบูรณ์    ในวันของเด็กผู้ชายประจำปี  หรือวันเด็ก  มักแขวนรูปปลาตัวโตเอาไว้เป็น มงคลสัญญาลักษณ์ให้เด็กๆ มีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์
                  คำว่า ปลา ในภาษาจีน  ออกเสียงว่า ฮื้อ ซึ่งเป็นคำพ้องเสียงให้ความหมาย  อีกว่า  มากมายเหลือหลาย หรือเหลือคณานับ และก็มีเพียงพอ  หากเป็นปลาหลีฮื้อ ด้วยแล้ว  ก็จะมีความหมายไปในทางความสำเร็จของการดำเนินชีวิต   มีเรื่องเล่าขานกันมา ถึงการกระโดดข้ามประตูมังกรที่ปากทางสวรรค์  ปลาหลีฮื้อตัวใดสามารถว่ายมาถึงประตูสวรรค์แล้วกระโดดข้ามไปได้ ก็จะกลายเป็นปลามังกร 
ซึ่งมีคำในภาษาจีน เรียกว่า   ฮื้อ เล้ง เปี่ยง ห่วย   
สำหรับเป็นคติสอนใจ  ว่าคนจนก็มีสิทธิ์รวยได้  ถ้ามีความมานะมุ่งมั่น และความพยายามเหมือปลาหลีฮื้อ  ที่ว่ายน้ำมาถึงปากประตูสวรรค์ และใช้แรงพยายามสุดชีวิตกระโดดข้ามประตูมังกรให้ได้  ปลาตัวใดกระโดดไม่ได้ก็เป็นยังเป็นปลา หลีฮื้อ อยู่ตามเดิม  หรือโดยนัยอีกความหมายของปลา หลีฮื้อ ก็คือเป็นสัญญาลักษณ์ให้ประสบความสำเร็จในชีวิต  และ ให้ได้มั่งมีเพียงพอตลอดกาล

Comments are closed.