หมวดทั่วไป

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

Posted by on เดือนพฤศจิกายน 7, 2010 at 2:32 am

อีกพระนาม คือ สมเด็จพระรามาธิปดี ที่ ๑ ทรงเป็นปฐมบรมกษัติรย์ แห่งราชจักรีวงศ์ เป็นองค์ต้นแห่ง รัชกาล ในศักราชแห่งสมัย รัตนโกสินธ์ ออกแบบ ปั้น และหล่อ โดย อ.กฤษฏ์ สกฤษศิลป์ โดยมีวัตถุประสงค์ ให้ลักษณะเป็นไปด้วยความเรียบง่ายแต่ คงไว้ด้วยความสง่างาม มีขนาด ครึ่งเท่าสัดส่วนจริง

พระพิฆเณศวร ปางสิทธิคณปติ ๒ กร

Posted by on เดือนพฤศจิกายน 7, 2010 at 2:03 am

พระพิฆเณศวร ปางสิทธิคณปติ ๒ กร นี้ ออกแบบสร้างให้มีขนาดเล็ก สูงเพียง  ๑๒ นิ้ว จากพระบาท จรด ยอด มงกุฏ  ขณะพระอิริยาบท โปรดประธานดอกไม้  (เดิมออกแบบให้เป็นดอกบัว) เสมือน ประธานให้คุณความดีและความงดงามในชีวิต แด่ท่านผู้ คารวะ   เป็นหนึ่งใน ร้อยแปดปางที่นิยมบูชา  และเป็นองค์ต้น ๆ ในลำดับแรก ๆ แห่งปางของเทพชั้นผู้ใหญ่ ต่อมาได้แปลงเป็นโปรด ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความงดงาม ซึ่งก็ยังคงไว้ตามหลักแห่งปางที่ประธานดอกไม้ เสมือน ชีวิตที่งดงามตามวิถีที่คงซึ่งความศรัทธา

พระพิฆเณศวร ปางสิทธิ คณปติ

Posted by on เดือนตุลาคม 27, 2010 at 3:42 am

                       พระพิฆเณศวร ปาง สิทธิคณปติ เป็นปางที่น่าสนใจปางหนึ่ง เนื่องจากเป็นปางเฉพาะ ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองความดี แห่งผู้ศรัทธาทั้งหลาย หรือการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์ บางคัมภีร์ก็ กล่าวว่า เป็นปางประทานความสมบูรณ์ ละคุ้มครองความร่ำรวยมั่นคงทุกประการในทางความดี  ทรงคอยดูแลและคุ้มภัยให้ปราศจากความขัดสนในชีวิตมนุษย์ชาติ ปางนี้ทรงมีอีกพระนามว่า พระปิงคเล คณปติ

การหล่อยอดพระเกตุพระพุทธรูป

Posted by on เดือนตุลาคม 9, 2010 at 8:24 am

ประมาณต้นสิงหาคม พ.ศ. 2553 ผมได้มีโอกาสสร้าง และปรับปรุงยอดพระเกตุ ของพระพุทธรูป ของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ หลาย ๆ ท่าน ผมได้นำเทคนิคการหล่อแบบพิมพ์ทรายมาใช้ โดยนำมาเป็นพิมพ์แบบเพื่อหล่อทองเหลือง มีเนื้อหาน่าสนใจ และเป็นเทคนิค ง่าย ไม่ยาก แต่ต้องมีความช่างสังเกตอย่างมาก ขณะนี ผลงานได้ออกมาเป็นชุดแรก พร้อมจะนำไปติดตั้ง รออีกสักระยะ ผมจะหาโอกาส นำภาพและ วิธีการมานำเสนอต่อไปครับ

เห้งเจีย

Posted by on เดือนกันยายน 25, 2010 at 4:07 pm

  เห้งเจีย   ( หงอคง ) ความเป็นมาในสมัยยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ ฟ้า – ดิน  สร้างลิง  ขึ้นจากหิน  ให้เป็นลิงสามัญ แล้วค่อย  ๆ เติบโตกล้าแข็งขึ้น  จนลิงบริวารยกขึ้นให้เป็น ไต้อ๋อง  มีนามว่า  มุ้ยเกาอ๋อง  เป็นลิงเผือกขาวผ่องบริสุทธิ์ เปรียบความหมายว่า  โพธิจิตนั้นบริสุทธิ์อยู่แล้วตามธรรมชาติ  ทุกคนต้องอาศัยลิงตนนี้เพราะโพธิจิตนี้เป็นต้นเหตุแห่งมรรคผล  ดังโศลกที่ท่านกวีรจนาไว้ ต่อมาหงอคง  ( เห้งเจีย )  ประสงค์จะพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย  จึงได้สืบหาธรรมวิเศษ   พญามุ้ยเกาอ๋องได้ไปถึงไซที ( อินเดีย )    แต่กลับไม่พบผู้รู้ธรรมวิเศษเลย  จึงได้ย้อนมาเกาะลังกา และได้พบท่านผู้วิเศษคือ โผเถโจ๊ซือ  จึงได้เรียน ปริยัติธรรม  ตอนขอเรียนปริยัติธรรมนั้น  มุ้ยเกาอ๋องปฏิเสธที่เรียนเดียรัจฉานวิชาต่าง ๆ อันเป็นมิจฉาทิฏฐิ   ต้องการแต่ความเป็นอมตะ  ในที่สุดจึงได้เรียน ธรรม – หฤทัย  จนท่องได้ขึ้นใจ  สามารถแปลงกายได้  72  [...]

อุดมคติและแนวความคิดในการสร้างประติมากรรมภาพเหมือน

Posted by on เดือนกันยายน 21, 2010 at 4:30 pm

  นับตั้งแต่มนุษย์พวกแรกเกิดขึ้นบนโลก เริ่มต้นจากสภาพชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างเยี่ยงสัตว์ มีความรู้เพียงเล็กน้อยแค่นำมาจากความจัดเจน หรือจากความทรงจำ นับเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นตามสัญชาติญาณแห่งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตเท่านั้นครั้นต่อมาเมื่อรู้จักนำความรู้ที่เกิดจากปัญญาผสมผสานเข้ากับความรู้ที่ได้รับจากความชัดเจน ทำให้รู้จักค้นคิดทำเครื่องมือ เครื่องใช้นอกเหนือไปจากอวัยวะที่มีอยู่ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติจึงเริ่มขึ้น จากสภาพคล้ายสัตว์ซึ่งดำรงชีพอยู่ภายใต้เงื่อนไขธรรมชาติกำหนดให้ เริ่มรู้จักดัดแปลง ปรับปรุงแก้ไข และเสริมสร้างก่อให้เกิดวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ศิลปกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของวิวัฒนาการอย่างหนึ่ง และยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับแสดงออก ซึ่งมนุษย์แต่ละยุคแต่ละสมัย ได้สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ในชีวิตความเป็นอยู่ การดิ้นรนต่อสู้ในสังคม ความรู้สึกนึกคิดต่อความงาม ความเชื่อในลัทธิปรัชญาหรือศาสนาเพื่อความรื่นเริงใจหรือเพื่อคลายทุกข์ยากของชีวิต สิ่งเหล่านี้จะประจักอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และดนตรี

เริ่มเรื่องของศิลปะ

Posted by on เดือนกันยายน 16, 2010 at 10:28 am

ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินั้นปรากฏว่ามีอยู่หลายสมัยที่พุทธิปัญญาของมนุษย์ไม่มีความสูงส่งแต่ทว่ามีกำลังจิตเข้มแข็ง มีบางสมัยที่มนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวง แต่มนุษย์กลับสูญเสียความเข้มแข็งทางด้านกำลังจิตไป ในยุคเรานี้ จะเห็นได้ว่าสมองของมนุษย์ได้สร้างความสำเร็จในกิจการต่าง ๆ อย่างน่าชื่นชม แต่เมื่อพิจารณาในแง่ความก้าวหน้าทางจิตใจแล้ว เรายังอยู่ในระดับต่ำมาก มนุษย์ได้ค้นพบพลังงานปรมาณู ส่งดาวเทียมขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ และได้บรรลุทางความเร็ว อันน่าตื่นใจด้วยเครื่องจักรกล สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลาย ซึ่งเกิดจากพละกำลังและความรุนแรงอันมหาศาล แท่นที่จะให้ความอภิรมย์ กลับบทขยี้จิตใจของเราลงไป

บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล

Posted by on เดือนกันยายน 15, 2010 at 4:26 pm

การทำงานอะไรก็แล้วแต่เมื่อมีความตั้งใจจริงประกอบกับการค้นคว้าอย่างเต็มที่ แล้ว ความสำเร็จของผลงานย่อมจะเกิดขึ้น ปัญหาต่าง ๆ มีไว้สำหรับแก้ไขให้ลุล่วงไปและเป็นข้อหยั่งคิดให้ได้จดจำเป็นประสบการณ์ ขณะที่โลกหมุนไปพร้อมกับเทคโนโลยีและความพัฒนาการในทางวิทยาการ สิ่งหนึ่งที่เราลืม คือภายในจิตใจของเรานั้น ได้มีพัฒนาการหรือการปรับปรุงขัดเกลาหรือไม่ เราคงเห็นและเปรียบเทียบได้จากการมองไปรอบ ๆ ตัวเราบุคคลรอบข้างกับการเกื้อหนุนรวมทั้งความจริงใจต่อกัน ลดน้อยลงเกิดการแข่งขันกันในทุก ๆ ด้าน เหมือนการห้ำหั่นกันเพื่อการอยู่รอดอันเกินพอดี สาระดี ๆ อันมีที่มาจากการปฏิบัติในรูปแบบเก่า ๆ ต่าง ๆ กับถูกลืม มารยาททางความคิดและการกระทำอีกทั้งกำลังสติปัญญาถูกใช้ไปในทางไม่ควร เหล่านี้เป็นการยากที่จะเกิดสันติในทางการอยู่รวมกันของมนุษย์

ศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

Posted by on เดือนกันยายน 14, 2010 at 7:53 pm

มนุษย์เราได้เพียรพยายามอยู่ตลอดมาในอันที่จะปลดปล่อยตนเองให้หลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดด้วยวัตถุทางกาย จิตใจของมนุษย์ย่อมปรารถนาสิ่งอันสูงส่งและบรรเจิดอย่างแท้จริงและเพื่อความมุ่งหมายเป็นอุดมการณ์ดังนี้ บรรดาท่านนักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน จึงได้พากันอุทิศชีวิตตลอดอายุขัยของตนเพื่อสิ่งนั้น ปรัชญาวิทยาศาสตร์และศิลปะต่างก็เป็นสิ่งช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกัน ร่วมก่อสร้างสิ่งที่เราหมายรู้กันว่าอารยธรรมขึ้นวิทยาศาสตร์เป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากทางกายภาคของมนุษยชาติในด้านวัตถุให้เพลาลง ตรงกันข้ามศิลปะซึ่งเป็นเช่นเดียวกับศาสนาบรรดาลให้มนุษย์มีมโนคติอันสูงส่งประสิทธิ์ประสาทสิ่งสะเทือนใจให้ช่วยขัดเกลาวิญญาณและจิตใจมนุษย์ให้ประณีตขึ้น เมื่อกล่าวถึงศิลปะ เราหมายถึง ดนตรี วรรณคดี สถาปัตยกรรม จิตรกรรมและ ประติมากรรม อันมีประจักษ์การอยู่หลายสถาน และโดยเหตุที่ ศิลปะบริสุทธิ์นั้นมิได้ขึ้นอยู่กับการแสวงผลใด ๆ อันเป็นไปในทางแข่งขันชิงดีกัน ฉะนั้นศิลปะบริสุทธิ์จึงเป็นสมบัติของโลกโดยแท้จริงศิลปะบริสุทธิ์มีความหมายที่จะให้มนุษยชาติรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จริงที่เดียวเมื่อเราได้ชมงานศิลปะชั้นเยี่ยมของอิตาเลียนยุคฟื้นฟู ( RENAISSANCE ) เราย่อมจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจชาวอิตาเลียน เมื่อเราฟังดนตรีของเยอรมัน เราก็รู้สึกรักชาวเยอรมันเช่นเดียวกัน เมื่อเราได้เห็นภาพเขียนอันน่าอัศจรรย์ของชาวอินเดียที่ถ้ำอะชันตะ หรือ ดู ศิลปะของจีน หรือ ของญี่ปุ่นก็ตามหรือได้อ่านวรรณกรรมของชนชาติเหล่านั้น ความรู้สึกเป็นญาติพี่น้องร่วมวงศ์ตระกูลเดียวกันย่อมบังเกิดขึ้นแก่เรา นี้เป็นความจริงอันถูกต้องเพราะการแสดงออกทางศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและจิตใจของมนุษย์ก็หามีขอบเขตกีดกั้นไว้ด้วยการเมืองและเชื้อชาติไม่ ศิลปะย่อมแยกอยู่ต่างหากจากความชั่วร้ายในดวงจิตของคนเรา ที่เกี่ยวข้องอยู่กับวัตถุจนแม้ระหว่างสงคราม เมื่อสัญชาติญาณอันต่ำทรามที่สุดของมนุษย์มีอำนาจบงการสัมปชัญญะทั้งมวลของมนุษย์ได้ ศิลปะก็ยังคงอยู่ได้โดยมิได้ถูกสิ่งร้ายกาจเหล่านี้เข้ามาพ่องพานเลยด้วยเหตุนี้ใคร ๆ ที่คิดว่าศิลปะเป็นผลิตผลของคนไร้สติบางจำพวกเขาผ้นั้นเป็นคนไร้ความคิด หรือไม่ เขาก็ยังไม่พ้นจากสัญชาติญาณอันป่าเถื่อน โดการที่เขาวินิจฉัยเอาว่า คนเราเป็นคนอยู่ได้ก็เพียงแต่ทางรูปกายและความหฤหรรษ์ทางกายเท่านั้นศิลปะย่อมมีผลบังคับจิตใจมากมาย