การหล่อยอดพระเกตุพระพุทธรูป

ประมาณต้นสิงหาคม พ.ศ. 2553 ผมได้มีโอกาสสร้าง และปรับปรุงยอดพระเกตุ ของพระพุทธรูป ของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ หลาย ๆ ท่าน ผมได้นำเทคนิคการหล่อแบบพิมพ์ทรายมาใช้ โดยนำมาเป็นพิมพ์แบบเพื่อหล่อทองเหลือง มีเนื้อหาน่าสนใจ และเป็นเทคนิค ง่าย ไม่ยาก แต่ต้องมีความช่างสังเกตอย่างมาก ขณะนี ผลงานได้ออกมาเป็นชุดแรก พร้อมจะนำไปติดตั้ง รออีกสักระยะ ผมจะหาโอกาส นำภาพและ วิธีการมานำเสนอต่อไปครับ

เห้งเจีย

 

เห้งเจีย   ( หงอคง )

ความเป็นมาในสมัยยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ

ฟ้า – ดิน  สร้างลิง  ขึ้นจากหิน  ให้เป็นลิงสามัญ แล้วค่อย  ๆ เติบโตกล้าแข็งขึ้น  จนลิงบริวารยกขึ้นให้เป็น ไต้อ๋อง  มีนามว่า  มุ้ยเกาอ๋อง  เป็นลิงเผือกขาวผ่องบริสุทธิ์

เปรียบความหมายว่า  โพธิจิตนั้นบริสุทธิ์อยู่แล้วตามธรรมชาติ  ทุกคนต้องอาศัยลิงตนนี้เพราะโพธิจิตนี้เป็นต้นเหตุแห่งมรรคผล  ดังโศลกที่ท่านกวีรจนาไว้

ต่อมาหงอคง  ( เห้งเจีย )  ประสงค์จะพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย  จึงได้สืบหาธรรมวิเศษ   พญามุ้ยเกาอ๋องได้ไปถึงไซที ( อินเดีย )    แต่กลับไม่พบผู้รู้ธรรมวิเศษเลย  จึงได้ย้อนมาเกาะลังกา และได้พบท่านผู้วิเศษคือ โผเถโจ๊ซือ  จึงได้เรียน ปริยัติธรรม  ตอนขอเรียนปริยัติธรรมนั้น  มุ้ยเกาอ๋องปฏิเสธที่เรียนเดียรัจฉานวิชาต่าง ๆ อันเป็นมิจฉาทิฏฐิ   ต้องการแต่ความเป็นอมตะ  ในที่สุดจึงได้เรียน ธรรม – หฤทัย  จนท่องได้ขึ้นใจ  สามารถแปลงกายได้  72  อย่าง

Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. 4 Comments

พระนาคปรก

 

เป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิพระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนกันบนพระเพลา ( ตัก )
พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย เหมือนปางสมาธิ
แต่มีพญานาคขนดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบังลังก์ และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร
เมื่อครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากใต้ต้นไทร
เสด็จไปประทับที่ใต้ต้นจิก  ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์
ฝนเจือลมหนาวตกพร่ำอยู่ตลอด ๗  วันไม่ขาดสาย
พระยานาคราช นามว่า  มุจลินท์  ราชาแห่งนาคพิภพได้ขึ้นจากใต้บาดาลขนดกายเป็นพุทธบัลลังก์
แล้วแผ่พังพานเหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายแด่ พระพุทธองค์  ปกป้องไม่ให้ฝน ลมฝน ยุง เหลือบ ริ้น ไร
และสัตว์เลื้อยคลานมาต้องพระวรกาย เมื่อฝนหยุด  พญานาคราชจึงจำแลงกายเป็นชายหนุ่มมาถวายนมัสการต่อพระองค์
คำกล่าวบูชา
ยะโตหัง  ภะคินี  อะริยายะ  ชาติยา  ชาโต  นาภิชา นามิ  สัญจิจจะ  ปาณัง  ชีวิตา  โวโรเปตา เตนะ  สัจเจนะ
โสตถิ  เต  โหตุ  โสตถิ คัพภัสสะ
Posted in ผลงาน by Prachid Tinnabutr. 2 Comments

อุดมคติและแนวความคิดในการสร้างประติมากรรมภาพเหมือน

 

นับตั้งแต่มนุษย์พวกแรกเกิดขึ้นบนโลก เริ่มต้นจากสภาพชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างเยี่ยงสัตว์ มีความรู้เพียงเล็กน้อยแค่นำมาจากความจัดเจน หรือจากความทรงจำ นับเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นตามสัญชาติญาณแห่งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตเท่านั้นครั้นต่อมาเมื่อรู้จักนำความรู้ที่เกิดจากปัญญาผสมผสานเข้ากับความรู้ที่ได้รับจากความชัดเจน ทำให้รู้จักค้นคิดทำเครื่องมือ เครื่องใช้นอกเหนือไปจากอวัยวะที่มีอยู่ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติจึงเริ่มขึ้น จากสภาพคล้ายสัตว์ซึ่งดำรงชีพอยู่ภายใต้เงื่อนไขธรรมชาติกำหนดให้ เริ่มรู้จักดัดแปลง ปรับปรุงแก้ไข และเสริมสร้างก่อให้เกิดวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ศิลปกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของวิวัฒนาการอย่างหนึ่ง และยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับแสดงออก ซึ่งมนุษย์แต่ละยุคแต่ละสมัย ได้สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ในชีวิตความเป็นอยู่ การดิ้นรนต่อสู้ในสังคม ความรู้สึกนึกคิดต่อความงาม ความเชื่อในลัทธิปรัชญาหรือศาสนาเพื่อความรื่นเริงใจหรือเพื่อคลายทุกข์ยากของชีวิต สิ่งเหล่านี้จะประจักอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และดนตรี อ่านต่อ»
Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. 3 Comments

เริ่มเรื่องของศิลปะ

ปิดความเห็น บน เริ่มเรื่องของศิลปะ
ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินั้นปรากฏว่ามีอยู่หลายสมัยที่พุทธิปัญญาของมนุษย์ไม่มีความสูงส่งแต่ทว่ามีกำลังจิตเข้มแข็ง มีบางสมัยที่มนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวง แต่มนุษย์กลับสูญเสียความเข้มแข็งทางด้านกำลังจิตไป ในยุคเรานี้ จะเห็นได้ว่าสมองของมนุษย์ได้สร้างความสำเร็จในกิจการต่าง ๆ อย่างน่าชื่นชม แต่เมื่อพิจารณาในแง่ความก้าวหน้าทางจิตใจแล้ว เรายังอยู่ในระดับต่ำมาก มนุษย์ได้ค้นพบพลังงานปรมาณู ส่งดาวเทียมขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ และได้บรรลุทางความเร็ว อันน่าตื่นใจด้วยเครื่องจักรกล สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลาย ซึ่งเกิดจากพละกำลังและความรุนแรงอันมหาศาล แท่นที่จะให้ความอภิรมย์ กลับบทขยี้จิตใจของเราลงไป

อ่านต่อ»

Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. ปิดความเห็น บน เริ่มเรื่องของศิลปะ

บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล

ปิดความเห็น บน บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล
การทำงานอะไรก็แล้วแต่เมื่อมีความตั้งใจจริงประกอบกับการค้นคว้าอย่างเต็มที่ แล้ว ความสำเร็จของผลงานย่อมจะเกิดขึ้น ปัญหาต่าง ๆ มีไว้สำหรับแก้ไขให้ลุล่วงไปและเป็นข้อหยั่งคิดให้ได้จดจำเป็นประสบการณ์ ขณะที่โลกหมุนไปพร้อมกับเทคโนโลยีและความพัฒนาการในทางวิทยาการ สิ่งหนึ่งที่เราลืม คือภายในจิตใจของเรานั้น ได้มีพัฒนาการหรือการปรับปรุงขัดเกลาหรือไม่ เราคงเห็นและเปรียบเทียบได้จากการมองไปรอบ ๆ ตัวเราบุคคลรอบข้างกับการเกื้อหนุนรวมทั้งความจริงใจต่อกัน ลดน้อยลงเกิดการแข่งขันกันในทุก ๆ ด้าน เหมือนการห้ำหั่นกันเพื่อการอยู่รอดอันเกินพอดี สาระดี ๆ อันมีที่มาจากการปฏิบัติในรูปแบบเก่า ๆ ต่าง ๆ กับถูกลืม มารยาททางความคิดและการกระทำอีกทั้งกำลังสติปัญญาถูกใช้ไปในทางไม่ควร เหล่านี้เป็นการยากที่จะเกิดสันติในทางการอยู่รวมกันของมนุษย์

อ่านต่อ»

Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. ปิดความเห็น บน บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล

พระพุทธรูปปางนาคปรก

เป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิพระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย เหมือนปางสมาธิ แต่มีพญานาคขนดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบังลังก์ และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร เมื่อครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากใต้ต้นไทร เสด็จไปประทับที่ใต้ต้นจิก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ฝนเจือลมหนาวตกพร่ำอยู่ตลอด ๗ วันไม่ขาดสาย พระยานาคราช นามว่า มุจลินท์ ราชาแห่งนาคพิภพได้ขึ้นจากใต้บาดาลขนดกายเป็นพุทธบัลลังก์ แล้วแผ่พังพานเหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายแด่พระพุทธองค์ปกป้องไม่ให้ฝน ลมฝน ยุง เหลือบ ริ้น ไร และสัตว์เลื้อยคลานมาต้องพระวรกาย เมื่อฝนหยุดพญานาคราชจึงจำแลงกายเป็นชายหนุ่มมาถวายนมัสการต่อพระองค์ อ่านต่อ»

Posted in ผลงาน by Prachid Tinnabutr. 1 Comment

พระนารายณ์ ปาง ราชันย์ประทานพร

ปิดความเห็น บน พระนารายณ์ ปาง ราชันย์ประทานพร

 

พระนารายณ์  ปางนี้สร้างขึ้น เพื่อสถิต ณ เทวาลัย นครชัยศรี  เป็นความต้องการของ ท่านพัชรินทร์

ผู้ศรัทธา ในการคารวะองค์เทพ ที่ท่านนับถือ  ท่านได้ติดต่อให้ช่วยออกแบบ และกำหนดรายละเอียด

โดยมีเจตนาในการอันเชิญบรมเทพ ท่านนี้ เป็นประธานในเทวาลัย ที่ท่านพัชรินทร์ได้กำหนดสร้างขึ้น

ด้วยเจตนานี้  ผมจึงได้ทำการออกแบบ และ ปั้นหล่อ ตามหลักการ ที่ได้ศึกษามา  โดยนำแนวความคิด

เรื่องบารมี เป็นหลักในการออกแบบ

ภาคแรงบันดาลใจ
 

 

เป็นเรื่องที่น่าขบคิดถึงความเป็นมาอยู่ไม่น้อย ต่อแรงความคิดที่ได้นำมาประติดประต่อในเกิดเป็นภาพลักษณแห่งประติมากรรมรูปเคารพ

โดยมีจุดนำพาจากแรงศรัทธาจนทำให้เกิดจิตนภาพเป็นรูปแบบรูปทรงแห่งองค์พระนารายณ์  กษัตริย์แห่งเทพ

ภาคการรังสรรค์

การจำลองรูปแบบทางความคิด โดยการเขียนภาพจากความคิด( saketch) เป็นภาพร่างที่จะเป็นก้าวแรกของการปั้น

ผมเลือกดินเหนียว ในการถ่ายทอดรูปทรงที่จินตนาการออกมา แล้วทำการถอดแบบพิมพ์ ด้วยปูนพลาสเตอร์ เสร็จแล้ว

ทำการหล่อขี้ผึ้ง (wax) เพื่อให้สะดวกในการใส่รายละเอียด

ด้วยขนาดที่ใหญ่ และมีน้ำหนักมาก จึงต้องวางแผน ในการทำโครงผูกเหล็กอย่างรัดกุม

   

ภาคเพิ่มรายละเอียด

จากดิน สู่ ขี้ผึ้ง ( Wax ) เหมือการเพิ่มเดิม จิตวิญญาณ ลงบนโครงสร้าง

 

สำเร็จและติดตั้งเมื่อ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
วัสดุ เรซิ่น หล่อเคลือบสีทองคำเปลว
สูง ประมาณ ๑๙๙ เซนติเมตร
ณ เทวาลัยนครชัยศรี

 

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรติดต่อ krit@korkarn.com ยินดีให้คำตอบ ในทุก ๆ  คำถามครับ

Tags:
Posted in ผลงาน by krit. ปิดความเห็น บน พระนารายณ์ ปาง ราชันย์ประทานพร

ศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

มนุษย์เราได้เพียรพยายามอยู่ตลอดมาในอันที่จะปลดปล่อยตนเองให้หลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดด้วยวัตถุทางกาย จิตใจของมนุษย์ย่อมปรารถนาสิ่งอันสูงส่งและบรรเจิดอย่างแท้จริงและเพื่อความมุ่งหมายเป็นอุดมการณ์ดังนี้ บรรดาท่านนักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน จึงได้พากันอุทิศชีวิตตลอดอายุขัยของตนเพื่อสิ่งนั้น ปรัชญาวิทยาศาสตร์และศิลปะต่างก็เป็นสิ่งช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกัน ร่วมก่อสร้างสิ่งที่เราหมายรู้กันว่าอารยธรรมขึ้นวิทยาศาสตร์เป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากทางกายภาคของมนุษยชาติในด้านวัตถุให้เพลาลง ตรงกันข้ามศิลปะซึ่งเป็นเช่นเดียวกับศาสนาบรรดาลให้มนุษย์มีมโนคติอันสูงส่งประสิทธิ์ประสาทสิ่งสะเทือนใจให้ช่วยขัดเกลาวิญญาณและจิตใจมนุษย์ให้ประณีตขึ้น
เมื่อ
กล่าวถึงศิลปะ เราหมายถึง ดนตรี วรรณคดี สถาปัตยกรรม จิตรกรรมและ ประติมากรรม อันมีประจักษ์การอยู่หลายสถาน และโดยเหตุที่ ศิลปะบริสุทธิ์นั้นมิได้ขึ้นอยู่กับการแสวงผลใด ๆ อันเป็นไปในทางแข่งขันชิงดีกัน ฉะนั้นศิลปะบริสุทธิ์จึงเป็นสมบัติของโลกโดยแท้จริงศิลปะบริสุทธิ์มีความหมายที่จะให้มนุษยชาติรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จริงที่เดียวเมื่อเราได้ชมงานศิลปะชั้นเยี่ยมของอิตาเลียนยุคฟื้นฟู ( RENAISSANCE ) เราย่อมจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจชาวอิตาเลียน เมื่อเราฟังดนตรีของเยอรมัน เราก็รู้สึกรักชาวเยอรมันเช่นเดียวกัน เมื่อเราได้เห็นภาพเขียนอันน่าอัศจรรย์ของชาวอินเดียที่ถ้ำอะชันตะ หรือ ดู ศิลปะของจีน หรือ ของญี่ปุ่นก็ตามหรือได้อ่านวรรณกรรมของชนชาติเหล่านั้น ความรู้สึกเป็นญาติพี่น้องร่วมวงศ์ตระกูลเดียวกันย่อมบังเกิดขึ้นแก่เรา นี้เป็นความจริงอันถูกต้องเพราะการแสดงออกทางศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและจิตใจของมนุษย์ก็หามีขอบเขตกีดกั้นไว้ด้วยการเมืองและเชื้อชาติไม่ ศิลปะย่อมแยกอยู่ต่างหากจากความชั่วร้ายในดวงจิตของคนเรา ที่เกี่ยวข้องอยู่กับวัตถุจนแม้ระหว่างสงคราม เมื่อสัญชาติญาณอันต่ำทรามที่สุดของมนุษย์มีอำนาจบงการสัมปชัญญะทั้งมวลของมนุษย์ได้ ศิลปะก็ยังคงอยู่ได้โดยมิได้ถูกสิ่งร้ายกาจเหล่านี้เข้ามาพ่องพานเลยด้วยเหตุนี้ใคร ๆ ที่คิดว่าศิลปะเป็นผลิตผลของคนไร้สติบางจำพวกเขาผ้นั้นเป็นคนไร้ความคิด หรือไม่ เขาก็ยังไม่พ้นจากสัญชาติญาณอันป่าเถื่อน โดการที่เขาวินิจฉัยเอาว่า คนเราเป็นคนอยู่ได้ก็เพียงแต่ทางรูปกายและความหฤหรรษ์ทางกายเท่านั้นศิลปะย่อมมีผลบังคับจิตใจมากมาย อ่านต่อ»