ปฏิบัติการหล่อยอดพระเกตุ

ปิดความเห็น บน ปฏิบัติการหล่อยอดพระเกตุ
การเทยางซิลิโคล ลงบนงานทำการหล่องานเป็นเรซิ่น
ก็จะเริ่มกล่าวถึงเรื่องการหล่อยอดพระเกตุซึงเป็นทองเหลืองปริมาตรตัน ด้วยเทคนิค การอัดพิมพ์ทราย { Green sand }
เริ่มต้นก็คงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า รูปทรงที่จะนำมาหล่อถอดแบบ มีลักษณะอย่างไร ซึ่งในตอนนี้ ผมจะขอนำแบบรูปทรงของยอดพระเกตุ ซึ่งเป็นลักษณะ รูปทรงที่สามารถแบ่งกึ่งกลางออกเป็น สองส่วนเท่ากัน และด้านแต่ละด้าน ที่แบ่งกึ่งกลางแล้ว ไม่มีอุปสรรค ในการล็อก หรือ ขบกับพิมพ์ ของแต่ละด้าน  เนื่องด้วยเมื่อ แกะต้นแบบออกจากแม่พิมพ์ทรายแล้ว จะไม่ทำให้พิมพ์เสียหาย
Posted in ผลงาน by krit. ปิดความเห็น บน ปฏิบัติการหล่อยอดพระเกตุ

การหล่อยอดพระเกตุพระพุทธรูป

ประมาณต้นสิงหาคม พ.ศ. 2553 ผมได้มีโอกาสสร้าง และปรับปรุงยอดพระเกตุ ของพระพุทธรูป ของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ หลาย ๆ ท่าน ผมได้นำเทคนิคการหล่อแบบพิมพ์ทรายมาใช้ โดยนำมาเป็นพิมพ์แบบเพื่อหล่อทองเหลือง มีเนื้อหาน่าสนใจ และเป็นเทคนิค ง่าย ไม่ยาก แต่ต้องมีความช่างสังเกตอย่างมาก ขณะนี ผลงานได้ออกมาเป็นชุดแรก พร้อมจะนำไปติดตั้ง รออีกสักระยะ ผมจะหาโอกาส นำภาพและ วิธีการมานำเสนอต่อไปครับ

เห้งเจีย

 

เห้งเจีย   ( หงอคง )

ความเป็นมาในสมัยยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ

ฟ้า – ดิน  สร้างลิง  ขึ้นจากหิน  ให้เป็นลิงสามัญ แล้วค่อย  ๆ เติบโตกล้าแข็งขึ้น  จนลิงบริวารยกขึ้นให้เป็น ไต้อ๋อง  มีนามว่า  มุ้ยเกาอ๋อง  เป็นลิงเผือกขาวผ่องบริสุทธิ์

เปรียบความหมายว่า  โพธิจิตนั้นบริสุทธิ์อยู่แล้วตามธรรมชาติ  ทุกคนต้องอาศัยลิงตนนี้เพราะโพธิจิตนี้เป็นต้นเหตุแห่งมรรคผล  ดังโศลกที่ท่านกวีรจนาไว้

ต่อมาหงอคง  ( เห้งเจีย )  ประสงค์จะพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย  จึงได้สืบหาธรรมวิเศษ   พญามุ้ยเกาอ๋องได้ไปถึงไซที ( อินเดีย )    แต่กลับไม่พบผู้รู้ธรรมวิเศษเลย  จึงได้ย้อนมาเกาะลังกา และได้พบท่านผู้วิเศษคือ โผเถโจ๊ซือ  จึงได้เรียน ปริยัติธรรม  ตอนขอเรียนปริยัติธรรมนั้น  มุ้ยเกาอ๋องปฏิเสธที่เรียนเดียรัจฉานวิชาต่าง ๆ อันเป็นมิจฉาทิฏฐิ   ต้องการแต่ความเป็นอมตะ  ในที่สุดจึงได้เรียน ธรรม – หฤทัย  จนท่องได้ขึ้นใจ  สามารถแปลงกายได้  72  อย่าง

Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. 4 Comments

พระนาคปรก

 

เป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิพระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนกันบนพระเพลา ( ตัก )
พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย เหมือนปางสมาธิ
แต่มีพญานาคขนดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบังลังก์ และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร
เมื่อครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากใต้ต้นไทร
เสด็จไปประทับที่ใต้ต้นจิก  ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์
ฝนเจือลมหนาวตกพร่ำอยู่ตลอด ๗  วันไม่ขาดสาย
พระยานาคราช นามว่า  มุจลินท์  ราชาแห่งนาคพิภพได้ขึ้นจากใต้บาดาลขนดกายเป็นพุทธบัลลังก์
แล้วแผ่พังพานเหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายแด่ พระพุทธองค์  ปกป้องไม่ให้ฝน ลมฝน ยุง เหลือบ ริ้น ไร
และสัตว์เลื้อยคลานมาต้องพระวรกาย เมื่อฝนหยุด  พญานาคราชจึงจำแลงกายเป็นชายหนุ่มมาถวายนมัสการต่อพระองค์
คำกล่าวบูชา
ยะโตหัง  ภะคินี  อะริยายะ  ชาติยา  ชาโต  นาภิชา นามิ  สัญจิจจะ  ปาณัง  ชีวิตา  โวโรเปตา เตนะ  สัจเจนะ
โสตถิ  เต  โหตุ  โสตถิ คัพภัสสะ
Posted in ผลงาน by Prachid Tinnabutr. 2 Comments

อุดมคติและแนวความคิดในการสร้างประติมากรรมภาพเหมือน

 

นับตั้งแต่มนุษย์พวกแรกเกิดขึ้นบนโลก เริ่มต้นจากสภาพชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างเยี่ยงสัตว์ มีความรู้เพียงเล็กน้อยแค่นำมาจากความจัดเจน หรือจากความทรงจำ นับเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นตามสัญชาติญาณแห่งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตเท่านั้นครั้นต่อมาเมื่อรู้จักนำความรู้ที่เกิดจากปัญญาผสมผสานเข้ากับความรู้ที่ได้รับจากความชัดเจน ทำให้รู้จักค้นคิดทำเครื่องมือ เครื่องใช้นอกเหนือไปจากอวัยวะที่มีอยู่ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติจึงเริ่มขึ้น จากสภาพคล้ายสัตว์ซึ่งดำรงชีพอยู่ภายใต้เงื่อนไขธรรมชาติกำหนดให้ เริ่มรู้จักดัดแปลง ปรับปรุงแก้ไข และเสริมสร้างก่อให้เกิดวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ศิลปกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของวิวัฒนาการอย่างหนึ่ง และยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับแสดงออก ซึ่งมนุษย์แต่ละยุคแต่ละสมัย ได้สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ในชีวิตความเป็นอยู่ การดิ้นรนต่อสู้ในสังคม ความรู้สึกนึกคิดต่อความงาม ความเชื่อในลัทธิปรัชญาหรือศาสนาเพื่อความรื่นเริงใจหรือเพื่อคลายทุกข์ยากของชีวิต สิ่งเหล่านี้จะประจักอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และดนตรี อ่านต่อ»
Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. 3 Comments

เริ่มเรื่องของศิลปะ

ปิดความเห็น บน เริ่มเรื่องของศิลปะ
ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินั้นปรากฏว่ามีอยู่หลายสมัยที่พุทธิปัญญาของมนุษย์ไม่มีความสูงส่งแต่ทว่ามีกำลังจิตเข้มแข็ง มีบางสมัยที่มนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวง แต่มนุษย์กลับสูญเสียความเข้มแข็งทางด้านกำลังจิตไป ในยุคเรานี้ จะเห็นได้ว่าสมองของมนุษย์ได้สร้างความสำเร็จในกิจการต่าง ๆ อย่างน่าชื่นชม แต่เมื่อพิจารณาในแง่ความก้าวหน้าทางจิตใจแล้ว เรายังอยู่ในระดับต่ำมาก มนุษย์ได้ค้นพบพลังงานปรมาณู ส่งดาวเทียมขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ และได้บรรลุทางความเร็ว อันน่าตื่นใจด้วยเครื่องจักรกล สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลาย ซึ่งเกิดจากพละกำลังและความรุนแรงอันมหาศาล แท่นที่จะให้ความอภิรมย์ กลับบทขยี้จิตใจของเราลงไป

อ่านต่อ»

Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. ปิดความเห็น บน เริ่มเรื่องของศิลปะ

บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล

ปิดความเห็น บน บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล
การทำงานอะไรก็แล้วแต่เมื่อมีความตั้งใจจริงประกอบกับการค้นคว้าอย่างเต็มที่ แล้ว ความสำเร็จของผลงานย่อมจะเกิดขึ้น ปัญหาต่าง ๆ มีไว้สำหรับแก้ไขให้ลุล่วงไปและเป็นข้อหยั่งคิดให้ได้จดจำเป็นประสบการณ์ ขณะที่โลกหมุนไปพร้อมกับเทคโนโลยีและความพัฒนาการในทางวิทยาการ สิ่งหนึ่งที่เราลืม คือภายในจิตใจของเรานั้น ได้มีพัฒนาการหรือการปรับปรุงขัดเกลาหรือไม่ เราคงเห็นและเปรียบเทียบได้จากการมองไปรอบ ๆ ตัวเราบุคคลรอบข้างกับการเกื้อหนุนรวมทั้งความจริงใจต่อกัน ลดน้อยลงเกิดการแข่งขันกันในทุก ๆ ด้าน เหมือนการห้ำหั่นกันเพื่อการอยู่รอดอันเกินพอดี สาระดี ๆ อันมีที่มาจากการปฏิบัติในรูปแบบเก่า ๆ ต่าง ๆ กับถูกลืม มารยาททางความคิดและการกระทำอีกทั้งกำลังสติปัญญาถูกใช้ไปในทางไม่ควร เหล่านี้เป็นการยากที่จะเกิดสันติในทางการอยู่รวมกันของมนุษย์

อ่านต่อ»

Posted in หมวดทั่วไป by Prachid Tinnabutr. ปิดความเห็น บน บทสรุป และความคิดเห็นในการปั้นรูปเหมือนบุคคล

พระพุทธรูปปางนาคปรก

เป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิพระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย เหมือนปางสมาธิ แต่มีพญานาคขนดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบังลังก์ และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร เมื่อครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากใต้ต้นไทร เสด็จไปประทับที่ใต้ต้นจิก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ฝนเจือลมหนาวตกพร่ำอยู่ตลอด ๗ วันไม่ขาดสาย พระยานาคราช นามว่า มุจลินท์ ราชาแห่งนาคพิภพได้ขึ้นจากใต้บาดาลขนดกายเป็นพุทธบัลลังก์ แล้วแผ่พังพานเหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายแด่พระพุทธองค์ปกป้องไม่ให้ฝน ลมฝน ยุง เหลือบ ริ้น ไร และสัตว์เลื้อยคลานมาต้องพระวรกาย เมื่อฝนหยุดพญานาคราชจึงจำแลงกายเป็นชายหนุ่มมาถวายนมัสการต่อพระองค์ อ่านต่อ»

Posted in ผลงาน by Prachid Tinnabutr. 1 Comment

พระนารายณ์ ปาง ราชันย์ประทานพร

ปิดความเห็น บน พระนารายณ์ ปาง ราชันย์ประทานพร

 

พระนารายณ์  ปางนี้สร้างขึ้น เพื่อสถิต ณ เทวาลัย นครชัยศรี  เป็นความต้องการของ ท่านพัชรินทร์

ผู้ศรัทธา ในการคารวะองค์เทพ ที่ท่านนับถือ  ท่านได้ติดต่อให้ช่วยออกแบบ และกำหนดรายละเอียด

โดยมีเจตนาในการอันเชิญบรมเทพ ท่านนี้ เป็นประธานในเทวาลัย ที่ท่านพัชรินทร์ได้กำหนดสร้างขึ้น

ด้วยเจตนานี้  ผมจึงได้ทำการออกแบบ และ ปั้นหล่อ ตามหลักการ ที่ได้ศึกษามา  โดยนำแนวความคิด

เรื่องบารมี เป็นหลักในการออกแบบ

ภาคแรงบันดาลใจ
 

 

เป็นเรื่องที่น่าขบคิดถึงความเป็นมาอยู่ไม่น้อย ต่อแรงความคิดที่ได้นำมาประติดประต่อในเกิดเป็นภาพลักษณแห่งประติมากรรมรูปเคารพ

โดยมีจุดนำพาจากแรงศรัทธาจนทำให้เกิดจิตนภาพเป็นรูปแบบรูปทรงแห่งองค์พระนารายณ์  กษัตริย์แห่งเทพ

ภาคการรังสรรค์

การจำลองรูปแบบทางความคิด โดยการเขียนภาพจากความคิด( saketch) เป็นภาพร่างที่จะเป็นก้าวแรกของการปั้น

ผมเลือกดินเหนียว ในการถ่ายทอดรูปทรงที่จินตนาการออกมา แล้วทำการถอดแบบพิมพ์ ด้วยปูนพลาสเตอร์ เสร็จแล้ว

ทำการหล่อขี้ผึ้ง (wax) เพื่อให้สะดวกในการใส่รายละเอียด

ด้วยขนาดที่ใหญ่ และมีน้ำหนักมาก จึงต้องวางแผน ในการทำโครงผูกเหล็กอย่างรัดกุม

   

ภาคเพิ่มรายละเอียด

จากดิน สู่ ขี้ผึ้ง ( Wax ) เหมือการเพิ่มเดิม จิตวิญญาณ ลงบนโครงสร้าง

 

สำเร็จและติดตั้งเมื่อ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
วัสดุ เรซิ่น หล่อเคลือบสีทองคำเปลว
สูง ประมาณ ๑๙๙ เซนติเมตร
ณ เทวาลัยนครชัยศรี

 

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรติดต่อ krit@korkarn.com ยินดีให้คำตอบ ในทุก ๆ  คำถามครับ

Tags:
Posted in ผลงาน by krit. ปิดความเห็น บน พระนารายณ์ ปาง ราชันย์ประทานพร

ศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

มนุษย์เราได้เพียรพยายามอยู่ตลอดมาในอันที่จะปลดปล่อยตนเองให้หลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดด้วยวัตถุทางกาย จิตใจของมนุษย์ย่อมปรารถนาสิ่งอันสูงส่งและบรรเจิดอย่างแท้จริงและเพื่อความมุ่งหมายเป็นอุดมการณ์ดังนี้ บรรดาท่านนักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน จึงได้พากันอุทิศชีวิตตลอดอายุขัยของตนเพื่อสิ่งนั้น ปรัชญาวิทยาศาสตร์และศิลปะต่างก็เป็นสิ่งช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกัน ร่วมก่อสร้างสิ่งที่เราหมายรู้กันว่าอารยธรรมขึ้นวิทยาศาสตร์เป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากทางกายภาคของมนุษยชาติในด้านวัตถุให้เพลาลง ตรงกันข้ามศิลปะซึ่งเป็นเช่นเดียวกับศาสนาบรรดาลให้มนุษย์มีมโนคติอันสูงส่งประสิทธิ์ประสาทสิ่งสะเทือนใจให้ช่วยขัดเกลาวิญญาณและจิตใจมนุษย์ให้ประณีตขึ้น
เมื่อ
กล่าวถึงศิลปะ เราหมายถึง ดนตรี วรรณคดี สถาปัตยกรรม จิตรกรรมและ ประติมากรรม อันมีประจักษ์การอยู่หลายสถาน และโดยเหตุที่ ศิลปะบริสุทธิ์นั้นมิได้ขึ้นอยู่กับการแสวงผลใด ๆ อันเป็นไปในทางแข่งขันชิงดีกัน ฉะนั้นศิลปะบริสุทธิ์จึงเป็นสมบัติของโลกโดยแท้จริงศิลปะบริสุทธิ์มีความหมายที่จะให้มนุษยชาติรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จริงที่เดียวเมื่อเราได้ชมงานศิลปะชั้นเยี่ยมของอิตาเลียนยุคฟื้นฟู ( RENAISSANCE ) เราย่อมจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจชาวอิตาเลียน เมื่อเราฟังดนตรีของเยอรมัน เราก็รู้สึกรักชาวเยอรมันเช่นเดียวกัน เมื่อเราได้เห็นภาพเขียนอันน่าอัศจรรย์ของชาวอินเดียที่ถ้ำอะชันตะ หรือ ดู ศิลปะของจีน หรือ ของญี่ปุ่นก็ตามหรือได้อ่านวรรณกรรมของชนชาติเหล่านั้น ความรู้สึกเป็นญาติพี่น้องร่วมวงศ์ตระกูลเดียวกันย่อมบังเกิดขึ้นแก่เรา นี้เป็นความจริงอันถูกต้องเพราะการแสดงออกทางศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและจิตใจของมนุษย์ก็หามีขอบเขตกีดกั้นไว้ด้วยการเมืองและเชื้อชาติไม่ ศิลปะย่อมแยกอยู่ต่างหากจากความชั่วร้ายในดวงจิตของคนเรา ที่เกี่ยวข้องอยู่กับวัตถุจนแม้ระหว่างสงคราม เมื่อสัญชาติญาณอันต่ำทรามที่สุดของมนุษย์มีอำนาจบงการสัมปชัญญะทั้งมวลของมนุษย์ได้ ศิลปะก็ยังคงอยู่ได้โดยมิได้ถูกสิ่งร้ายกาจเหล่านี้เข้ามาพ่องพานเลยด้วยเหตุนี้ใคร ๆ ที่คิดว่าศิลปะเป็นผลิตผลของคนไร้สติบางจำพวกเขาผ้นั้นเป็นคนไร้ความคิด หรือไม่ เขาก็ยังไม่พ้นจากสัญชาติญาณอันป่าเถื่อน โดการที่เขาวินิจฉัยเอาว่า คนเราเป็นคนอยู่ได้ก็เพียงแต่ทางรูปกายและความหฤหรรษ์ทางกายเท่านั้นศิลปะย่อมมีผลบังคับจิตใจมากมาย อ่านต่อ»